โครงการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 2

โครงการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 2
 
“การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาและการนำเสนอผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์”
วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2554
ณ อาคารคณะศิลปศาสตร์ ชั้น 1 ห้อง LNG 101-104
มหาวิทยาลัยเทคดนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
 
 

หลักการและเหตุผล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่ามีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่หลายโครงการทั้งของรัฐและเอกชนที่ไม่ ได้รับการยอมรับจากประชาชน ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ประชาชนในพื้นที่รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหรือชะลอหรือยุติโครงการเหล่านั้น อาทิ โครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย โรงไฟฟ้าบ่อนอกและหินกูด โรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และโครงการที่มาบตาพุดซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งระงับชั่วคราว ทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการมีงานทำของคนงานหลายหมื่นคน ความขัดแย้งเหล่านี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่เริ่มแรกโครงการฯ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธ ศักราช 2550 มาตรา 67 วรรคสอง บัญญัติว่า “การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนและต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบ ด้วยผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพได้ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว” เห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 67 มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น การจัดทำโครงการต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน นอกจากจะต้องผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วยังต้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ว่าจะในระดับของการร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินโครง การ มิเช่นนั้นจะขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 และยังอาจจะทำให้เกิดการไม่ยอมรับจากชุมชนท้องถิ่นซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นดังที่ผ่านมาในสังคมไทย
สายวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ จึงได้จัดประชุมวิชาการด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร และทักษะเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งจัดให้มีการนำเสนอผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้มีการเผยแพร่และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการและการพัฒนาประเทศต่อไป
 
วัตถุประสงค์ของโครงการ
เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร และทักษะเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของประชาชน และการนำเสนอผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ของนักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
 
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
สายวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
 
รูปแบบการประชุมวิชาการและเงื่อนไขการส่งผลงานวิจัย
การประชุมวิชาการ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2554 แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
1. ประชุมวิชาการด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนา ตั้งแต่เวลา 9.00-16.30 น.
2. การเสนอผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ของนักวิชาการ นักศึกษาหรือผู้ที่สนใจทั่วไป (ห้องย่อย) ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ควบคู่ไปกับการประชุมวิชาการฯ (ห้องใหญ่)
 
เงื่อนไขของผลงานวิจัย
1. ผลงานวิจัยที่ส่งเข้าร่วมนำเสนอ จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน
2. ความยาวของบทความ (Full paper) ประมาณ 8-12 หน้ากระดาษ A4 (รวมบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
3. ผู้ที่ต้องการส่งผลงงานวิจัยฯ จะต้องส่งผลงานตามรูปแบบที่คณะกรรมการกำหนดไว้เท่านั้น
จึงได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการ
การส่งผลงานวิจัย
ผู้ที่ต้องการส่งผลงานวิจัยเพื่อนำเสนอในที่ประชุม จะต้องส่งผลงานตามรูปแบบที่คณะกรรมการกำหนดไว้เท่านั้น อย่างน้อยต้องประกอบด้วย บทนำ วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัย หรืออุปกรณ์และวิธีการ ผลการวิจัย อภิปรายผล บทสรุปและข้อเสนอแนะ กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) และเอกสารอ้างอิง โดยแต่ละหัวข้อให้เว้นระยะ 1 บรรทัดการพิมพ์ (Single Space) ผลงานวิจัยต้องอยู่ในรูปเอกสาร พิมพ์ลงบนกระดาษหรือแฟ้มข้อมูล .doc ขนาด A4 จำนวนไม่เกิน 12 หน้า โดยส่งผ่านทาง E-mail : rireungrong.rat@kmutt.ac.th, wipawee.iem@kmutt.ac.th โดยตั้งชื่อหัวข้อ "ส่งผลงานวิจัย โครงการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 2" เท่านั้น สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขการส่งผลงานวิจัยเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ (http://sola.kmutt.ac.th/eia2011/)
 
 
ผู้เข้าร่วมประชุม
ผู้เข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย ประกอบด้วย นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาลัยจากสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน และผู้สนใจทั่วไป จำนวน 150 คน
 
กำหนดการประชุมวิชาการ
 
กำหนดการ
รายละเอียด
30 มิถุนายน 2554
หมดเขตรับบทความ
15 กรกฏาคม 2554
แจ้งผลการพิจารณา
18-29 กรกฏาคม 2554
ลงทะเบียน
29 กรกฏาคม 2554
หมดเขตการรับบทความฉบับสมบูรณ์
และใบตอบรับการเข้าร่วมประชุมวิชาการ
11 สิงหาคม 2554
กำหนดการประชุมวิชาการ
 

รูปแบบของบทความวิจัย

รูปแบบของบทความวิจัย

               การเสนอผลงานวิจัยเพื่อร่วมการประชุมวิชาการคณะศิลปศาสตร์   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี       ผู้เสนอผลงานต้องจัดเตรียมต้นฉบับให้ถูกต้องตามข้อกำหนดที่คณะกรรมการดำเนินงานการจัดประชุมวิชาการฯ  กำหนดขึ้นโดยเคร่งครัด   และจะต้องเป็นผลงานที่ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน      คณะกรรมการฯ  ขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์การตีพิมพ์ในกรณีที่มีรูปแบบไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

1. กระดาษและตัวอักษร

1.1 กระดาษ
ใช้กระดาษขนาด A4 พิมพ์แบบแนวตั้ง (Portrait) โดยตั้งค่าหน้ากระดาษ (Page Setup) ให้มีระยะขอบ (Margins) ดังนี้
บน (Top)                            1.5 นิ้ว            ด้านล่าง (Bottom)          1 นิ้ว
ซ้าย (Left)                           1.5 นิ้ว            ด้านขวา (Right)             1 นิ้ว
ขอบเย็บกระดาษ (Gutter)    0 นิ้ว

1.2 ตัวอักษร
ใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 14 ตัวปกติ (Normal) ทั้งหมด  ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 16 ตัวหนา (Bold)  เนื้อหาในบทความให้พิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด (Microsoft Word) เวอร์ชัน 2003  เท่านั้น    
ความยาวของบทความ  รวมบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ประมาณ  8-12  หน้ากระดาษ A4

2.  ชื่อเรื่องและรายละเอียดผู้วิจัย

2.1  ชื่อเรื่อง ให้ระบุชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  โดยมีข้อกำหนดให้ชื่อเรื่องมีความยาวไม่เกินภาษาละ 2  บรรทัด  แต่ให้อธิบายสาระของเรื่องได้ดี  พิมพ์โดยใช้ตัวอักษร Angsana  New ขนาด 16 ตัวหนา (Bold) และ จัดชิดขอบซ้ายหน้ากระดาษ  

2.2 ชื่อผู้วิจัย ให้ระบุชื่อ-สกุล ผู้วิจัย โดยใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 14 ตัวปกติ (Normal) จัดชิดขอบซ้ายหน้ากระดาษ กรณีที่มีผู้วิจัยมากกว่า 1 คนให้ใส่ชื่อ-สกุลผู้วิจัยทุกคนเรียงอยู่ในบรรทัดเดียวกันโดยไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ยศ ตำแหน่งในหน้าที่ วุฒิทางการศึกษา หรือ ตำแหน่งทางวิชาการ และใส่ตัวเลขยกกำลังกำกับไว้ท้ายนามสกุลเพื่อใช้อ้างอิงสถานที่ทำงาน   หากผู้วิจัยทั้งหมดอยู่ในสถานที่ทำงานเดียวกันไม่ต้องระบุตัวเลขยกกำลัง

2.3  สถานที่ทำงานของผู้วิจัย    ให้ระบุสถานที่ทำงานของผู้วิจัย   โดยใช้ตัวอักษร  Angsana  New  ขนาด 14 ตัวปกติ (Normal)  จัดชิดขอบซ้ายหน้ากระดาษ  กรณีมีผู้วิจัยมากกว่า 1 คนให้ใส่ตัวเลขยกกำลังให้ตรงตามชื่อที่ ระบุไว้ในในข้อ 2.2    กรณีที่ผู้วิจัยเป็นนักศึกษาให้ระบุคำว่า นักศึกษาตามด้วยระดับปริญญาและชื่อสถาบันการศึกษา    เช่น นักศึกษาปริญญาโท  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

3.  บทคัดย่อ

บทคัดย่อและคำสำคัญต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ    ความยาวรวมตั้งแต่ชื่อเรื่อง  ชื่อผู้วิจัย  สถานที่ทำงาน  ไม่ควรเกิน 1 หน้ากระดาษ  บทคัดย่อภาษาไทย   ให้เว้น 1 บรรทัด  จากสถานที่ทำงาน  แล้วพิมพ์คำว่า บทคัดย่อ  โดยใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 14 ตัวหนา (Bold) จัดชิดขอบซ้ายหน้ากระดาษ เนื้อหาในบทคัดย่อให้เขียนสรุป อยู่ใน 1 ย่อหน้า  จากนั้นเว้น 1 บรรทัดแล้วพิมพ์คำว่า คำสำคัญ ชิดขอบซ้ายของหน้ากระดาษ คั่นด้วยเครื่องหมาย  colon (:)  ตามด้วยคำสำคัญภาษาไทยจำนวนไม่เกิน 3 คำ  คั่นระหว่างคำด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 14  ตัวเอียง (Italic)  ทั้งหมด  (บทคัดย่อภาษาอังกฤษให้จัดรูปแบบเช่นเดียวกับภาษาไทย)

4.  บทนำ
ตัวอักษรที่ใช้ต้องเป็น Angsana New ขนาด 14 ตัวปกติ (Normal) ความยาวประมาณ 1 - 1.5 หน้ากระดาษ A4

  Syndicate content